วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

แบบฝึกหัดท้ายบทที่7

1.อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสามารถของผู้บริหารในการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามความต้องการของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และความสามารถจัดการเรื่องบริหารการตัดสินใจโดยใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ตอบ ระบบการตัดสินใจเป็นประเภทหลักของระบบสารสนเทศที่คอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐานติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจระหว่างขั้นตอนตัดสินใจระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้คือ1.รูปแบบจำ ลองในการวิเคราะห์ 2.ฐานข้อมูลเฉพาะ 3.ผู้ที่ตัดสินใจหรือหรือผู้ตัดสิน 4.การติดต่อระหว่างกัน

2.ระบบงานการขาย มีความก้าวหน้ากว่า แต่ก่อนมาก เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการทำงานในองค์กร เนื่องจากความต้องการเรื่องกลยุทธ์ และการบริหารการตัดสินใจในธุรกิจเปลี่ยนไป ให้นักศึกษาอธิบายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้
ตอบ  แผนกลยุทธ์ คือการตัดสินใจวางแผนอย่างมีระบบ  มีทิศทางมีกระบวนการทำงานที่ชัดเจน  มีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม  เพื่อให้องค์กรสามารถดำรงอยู่ได้ในอนาคตโดยอาศัยการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของทุกฝ่ายเทคนิค คือ กลวิธีต่างๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการ ขั้นตอน วิธีการ หรือการกระทำใดๆ เพื่อช่วยให ้ กระบวน การ ขั้นตอน วิธีการ หรือการกระทำนั้นๆ มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น เทคนิค การสอน จึงหมายถึง กลวิธีต่างๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการสอน ขั้นตอนการสอน วิธีการสอน หรือการดำเนิน การทางการสอนใดๆ เพื่อช่วยให้การสอนมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในการบรรยาย ผู้สอนอาจ ใช้เทคนิคต่างๆ ที่สามารถช่วยให้การบรรยายมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การยกตัวอย่าง การใช้สื่อ การใช้คำถาม เป็นต้น
            การทำให้องค์การสามารถปฏิบัติงานได้ จะต้องมีความรู้เรื่องทักษะของคน ความเข้าใจคน การสร้างความประทับใจที่ดีต่อบุคคล การใช้เวลาที่เหมาะสม การไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เพื่อประกอบในการตัดสินใจในการบริหารงาน

3. มีแนวทางไหนบ้าง ที่นักศึกษาใช้โปรแกรมตารางคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาช่วยในการตัดสินใจ
ตอบ   ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support system : DSS) ทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกในการจัดรูปแบบข้อมูล การนำข้อมูลมาใช้ และการรายงานข้อมูลเพื่อที่จะใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้บริหารต่างๆระบบ  DSS จะมีความสามารถในการใช้งานได้ดีกว่าระบบประมวลผลรายการและระบบรายงานการจัดการ เนื่องจากระบบ DSS สามารถที่จะปรับเปลี่ยนตัวแปร ที่แตกต่าง กันและทำการวิเคราะห์ใหม่ได้

4.ทำไมการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง จึงขยายไปยังระดับกลาง และขยายไปทั่วหมดทุกแผนกในองค์กร
ตอบ  ผู้บริหารระดับสูงจะต้องเป็นผู้ทรงความรู้ความสามารถในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับองค์การอย่างละเอียดและกว้างขวางจะต้องเป็นผู้รู้ความเป็นไปของธุรกิจ การดำเนินงาน รวมถึงความสามารถในการตรวจสอบประเมินผลการปฏิบัติงานต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูลอันเป็นผลให้ก่อประโยชน์ต่อองค์การหลีกเลี่ยงการพูดที่ทำให้เกิดความเสียหาย หรือภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อองค์การ

5. ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์จึงสามารถคิดได้ อธิบายเหตุผล
ตอบ คอมพิวเตอร์คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์อเนกประสงค์ที่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือ (tools) สำหรับเพิ่มปรสิทธิภาพในการทำงานด้านต่างๆๆ ให้ได้ตามต้องการของมนุษย์ เช่น ด้านการศึกษางานวิจัย วิทยาศาสตร์การแพทย์ ฯลฯ        ระบบคอมพิวพิวเตอร์ คือ กลุ่มของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่รวมตัวเข้าด้วยกันเพื่อร่วมกันประเมินผลข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ๆ (ELECTRONIC DATA PROCESSING )หรือประ มวลผลข้อมูล (INFORMATION PROCESSING) นั้นเพมื่อให้ได้ข่าวสารตรงตามที่ต้องการ โดยที่ระบบคอมพิวเตอร์จะอ่านข้อมูล (INCOMING DATA) ประมวลผลข้อมูล(PROCESSING) แล้วส่งผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลนั้นๆ (OUTPUT) ให้กับผู้ใช้

6. การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในองค์กร ส่วนไหนสำคัญที่สุด บอกเหตุผลที่นักศึกษาเลือก
ตอบ ลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติ เพราะเป็นการพัฒนาลักษณะลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติ เป็นการพิจรณาจากหลักของการปฏิบัติการทางปัญญาประดิษฐ์แป็นส่วนที่สำคัญในการใช้ธรรมชาติของมนุษย์

7. การผสมผสานระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท จะก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง นักศึกษาคาดหวังจะเกิดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างไรบ้าง
ตอบ เป็นการนำเอาระบบต่างๆ หรือเทคนิคต่างๆ ของปัญญาประดิษฐ์ที่กล่าวข้างต้นมาบูรณาการเข้าด้วยกันเป็ระบบ เดียว ส่วนใหญ่จะเป็นการบูรณาการระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญกับระบบเครือข่ายนิวรอนเข้าด้วยกัน เช่น โปรแกรมประยุกต์ดาต้าไมนิ่ง ด้านการตลาดและการขายของบริษัท
                จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ได้สร้างผลิตภัณฑ์มีรวบรวมเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ผสมผสานเพียงหนึ่งเดียว โดยประกอบด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับความนิยม ตัว คือ ระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท เช่น การรวมเอาระบบ ES/NN ที่อาจจะพบกับแนวโน้มหรือการค้นหาความสัมพันธ์ที่ซ้อนอยู่ (ตามที่ตาข่ายเส้นประสาททำอยู่) และหลังจากนั้นจะมีการวินิจฉัยและตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ในส่วนของปัญหาเฉพาะ (ตามที่ระบบผู้เชี่ยวชาญทำอยู่)

8. อะไรคือขอบเขตจำกัด หรืออันตรายที่นักศึกษามองเห็นในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ตอบ ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert Systems) ระบบนี้จะพยายามลอกเลียนแบบความสามารถของ    ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ในการแก้ปัญหาต่างๆ
          ความเป็นจริงเสมือน หรือ ความจริงเสมือน (อังกฤษvirtual reality หรือ VR) เป็นสภาพแวดล้อมที่จำลองโดยคอมพิวเตอร์ สภาพแวดล้อมในความเป็นจริงเสมือนส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ สิ่งที่เกี่ยวกับการมองเห็น แสดงทั้งบนจอคอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์แสดงผลสามมิติ แต่การจำลองบางอันยังรวมไปถึงข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวกับประสาทสัมผัสด้วย เช่น เสียงจากลำโพงหรือหูฟัง ระบบสำหรับทำการทดลองขั้นสูงยังรวมถึงการสัมผัสเช่นการตอบสนองต่อแรงป้อนกลับ โดยผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมเสมือนได้ทั้งการใช้อุปกรณ์นำเข้ามาตรฐานเช่น แป้นพิมพ์ หรือ เมาส์ หรือใช้อุปกรณ์หลายภาวะ เช่น ถุงมือโครงลวด แขนควบคุม หรือ คันบังคับหลายทิศทาง

กรณีศึกษาบทที่ 7

1.อะไรเป็นมูลค่าทางธุรกิจของการประมวลผลการวิเคราะห์ออนไลน์ของบริษัท Office Depot
   ตอบ การได้ลิขสิทธิ์สำหรับใช้ในการโฆษณาส่งเสริมการขาย
2.บริษัท Office Depot ได้ผลจากการลงทุนสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำ OLAP ไปใช้งานอย่างไร
   ตอบ ทำให้การขายสูงขึ้นถึง เปอร์เซนต์ในช่วงครึ่งปีหลัง
3.บริษัท Office Depot ควรที่จะมีการเตรียมให้ผู้จัดส่งสินค้าผ่านเอ็กซ์ทราเน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดหรือไม่ เพราะอะไร
   ตอบ ควรเตรียมผู้จัดหาสินค้าที่มีการทำงานร่วมกับการเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดในระบบอินทราเน็ตที่ใช้ Wired ของการเชื่อมโยงใน OLAP บริษัทพร้อมที่จะแบ่งส่วนในการทำงานของการขายร่วมกับผู้จัดหาสินค้าหลักอีกสองแหล่งทั้งหมดที่เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในการเปลี่ยนแปลงชุดการติดต่อธุรกิจภายใน

บทที่ 7 ระบบสารสนเทศสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหาร

                                                         à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ บทที่ 7 ระบบสารสนเทศสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหาร
         
           การตัดสินใจเป็นบาบาทสำคัญของผู้บริหารที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจขององค์การ การมีสารสนเทศที่ดี และเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูล รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีนั้น จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถพิจารณาทางเลือกต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว คาดการณ์และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในบทนี้จะกล่าวถึงระบบสนับสนุนการตัดสินใจ โดยเริ่มจากการจัดการกับการตัดสินใจ   ระดับการตัดสินใจภายในองค์การ  ประเภทของการตัดสินใจ  ส่วนประกอบคุณสมบัติของระบบ DSS เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างDSS กับระบบสารสนเทศอื่น
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่ม(Group Decision Support System: GDSS)  ส่วนประกอบและประโยชน์ของ GDSS รวมถึงการประยุกต์ใช้ระบบ DSS               

                การจัดการกับการตัดสินใจ
การจัดการ  หมายถึง  การบริหารอย่างเป็นระบบ เป็นกิจกรรมที่กลุ่มบุคคลร่วมมือกันดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และ เกิดประโยชน์สูงสุด
            กระบวนการจัดการนั้น ประกอบไปด้วย การวางแผน  การจัดองค์การ  การสั่งการ  การควบคุม ดังนั้นผู้บริหารจะต้องนำความรู้ ความเข้าใจด้านการบริหารมาประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมกับการทำงาน สถานการณ์ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันกันสูง ผู้บริหารจะต้องเลือก วิเคราะห์ข้อมูลให้ได้สารสนเทศที่ง่ายต่อการเข้าใจ และบริหาร ตลอดจนมองหาโอกาส และวางกลยุทธ์ได้อย่างชาญฉลาด รวดเร็วเหนือคู่แข่งสามารถนำพาองค์การให้เจริญก้าวหน้าได้

            ระดับของการจัดการ   แบ่งเป็น 3 ระดับ  คือ
การจัดการระดับสูง (Upper Level Management)
ผู้บริหารระดับสูงจะเป็นผู้กำหนด วิสัยทัศน์ นโยบาย เป้าหมาย วัตถุประสงค์  รวมถึงการวางกลยุทธ์ และแผนระยะยาวขององค์การ จึงมีความต้องการสารสนเทศจากทั้งภายในองค์การ และสิ่งแวดล้อมภายนอก สารสนเทศภายในแสดงถึง ผลสรุปการดำเนินงานของธุรกิจในองค์การ ส่วนสารสนเทศจากสิ่งแวดล้อมภายนอกก็จะนำมาเป็นปัจจัยร่วมในการบริหาร เช่น อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม หรือส่วนแบ่งทางการตลาดของคู่แข่งขัน
                การจัดการระดับกลาง (Middle Level Management)
ผู้บริหารระดับกลาง มีหน้าที่ วางแผนยุทธวิธี และประสานงานระหว่างผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารระดับต้น ให้ดำเนินงานอย่างราบรื่น ปฎิบัติงานตามนโยบาย หรือแผนงานที่ผู้บริหารระดับสูงกำหนด ข้อสรุปและสารสนเทศต่างๆ ของการปฏิบัติงานจะถูกรวบรวมมาทำการวิเคราะห์ วางแนวทางการดำเนินงาน และปรับปรุงเพื่อให้ทำงานบรรลุตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
               การจัดการระดับต้น (Lower Level Management)
ผู้บริหารระดับต้นมีหน้าที่ควบคุม ดูแลการปฏิบัติงานประจำวัน ขั้นตอนการทำงานมีรูปแบบแน่นอน การจัดการระดับนี้ต้องอาศัยข้อมูลจากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดนำมาวิเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ควบคุมให้สามารถดำเนินงานตามแผนระยะสั้นที่วางไว้

                     การตัดสินใจ (Decision Making)    ประกอบด้วย  4 ขั้นตอน ดังนี้
1. การใช้ความคิดประกอบเหตุผล   = รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหา นำข้อมูลมาวิเคราะห์ตรวจสอบ แยกแยะ กำหนดรายละเอียดของปัญหา
2.  การออกแบบ     = การพัฒนาวิเคราะห์ทางเลือกที่เป็นไปได้ อาจใช้ตัวแบบเพื่อสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา ออกแบบหนทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
3.  การคัดเลือก       = เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับปัญหาและสถานการณ์มากที่สุด อาจใช้เครื่องมือมาช่วยวิเคราะห์ คำนวณค่าใช้จ่าย ผลตอบแทนแต่ละแนวทาง เพื่อให้ได้ทางที่ดีที่สุด
4. การนำไปใช้         = เป็นขั้นตอนที่นำผลการตัดสินใจไปปฏิบัติ ติดตามผลการปฏิบัติ เพื่อตรวจสอบว่าดำเนินงานมีประสิทธิภาพ หรือขัดข้องประการใด

      ระดับการตัดสินใจภายในองค์การ    แบ่งออกเป็น 3 ระดับ  คือ
1. การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Decision Making)   = เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง ที่จะกำหนดวิสัยทัศน์ กำหนดนโยบาย วางแผนระยะยาวขององค์การให้บรรลุวัตถุประสงค์
2. การตัดสินใจเชิงยุทธวิธี (Tactical Decision Making)     = เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารระดับกลาง เช่น การจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นให้บรรลุวัตถุประสงค์ จัดสรรงบประมาณ กำหนดการผลิต ยุทธวิธีทางการตลาด วางแผนงบประมาณ เป็นต้น
3.การตัดสินใจเชิงปฏิบัติการ (Operation Decision Making)  เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารระดับปฏิบัติการเช่น การควบคุมสินค้าคงคลัง การตัดสินใจในกระบวนการในการสั่งซื้อ สามารถกำหนดไว้ล่วงหน้า และตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติ

      ประเภทของการตัดสินใจ   มี 3 รูปแบบ คือ
1.การตัดสินใจแบบมีโครงสร้าง (Structured Decision)  = เป็นการตัดสินใจในระดับปฏิบัติการ เป็นตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาที่มีขั้นตอน กระบวนการในการแก้ปัญหาแน่ชัด
2.การตัดสินใจแบบไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Decision )  เป็นการตัดสินใจระดับสูง เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาที่ไม่สามารถกำหนดการตัดสินใจล่วงหน้า
3.การตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi structured Decision)  เป็นการตัดสินใจในระดับกลาง เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาที่ระบุกระบวนการ วิธีการตัดสินใจไว้ล่วงหน้าบางส่วน อีกส่วนต้องใช้ประสบการณ์และวิจารณญาณของผู้ตัดสินใจ

        ความหมายของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
นิยามของระบบการสนับสนุนการตัดสินใจมีหลากหลายแตกต่างกันดังนี้
ลิตเทิล  ให้นิยามว่า DSS คือกลุ่มของกระบวนการที่อาศัยตัวแบบในการประมวลข้อมูลและพิจารณาเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจ
           มัวร์ และ ชาง   ให้นิยามของ DSS ว่า เป็นระบบที่เพิ่มความสามารถในการสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเฉพาะกิจ
บอนเช็ค และ คณะ  ให้นิยามของ DSS ว่า เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกัน ได้องค์ประกอบ คือ ระบบทางภาษา ระบบความรู้ ระบบกระบวนการแก้ปัญหา
คีน     ให้นิยามของDSS ว่า คือผลผลิตของกระบวนการพัฒนา ซึ่งผู้ใช้ ผู้สร้างระบบ และตัวระบบเองมีความสามารถในการตอบสนอง และ มีอิทธิพลต่อกัน
         ส่วนประกอบของ DSS ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

1.  ส่วนจัดการข้อมูล   ประกอบด้วยฐานข้อมูล  ระบบจัดการข้อมูล  ส่วนสอบถามข้อมูล  สารบัญข้อมูล ส่วนการดึงข้อมูล  และข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งต่างๆทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ
2.  ส่วนจัดการโมเดล   ประกอบด้วยฐานแบบจำลอง  ระบบจัดการฐานแบบจำลอง  ภาษาแบบจำลอง  สารบัญแบบจำลอง และส่วนดำเนินการแบบจำลอง
3. ส่วนจัดการโต้ตอบ   ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับระบบเป็นไปด้วยความสะดวก และง่ายต่อการใช้งาน ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลนำเข้าและรูปแบบจำลองรวมอยู่ในการวิเคราะห์ได้สำหรับระบบDSS ชั้นสูงจะมีส่วนจัดการองค์ความรู้เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งส่วนจัดการองค์ความรู้   สำหรับระบบ DSS ขั้นสูงมีส่วนที่เรียกว่า ส่วนจัดการองค์ความรู้ เป็นส่วนที่ช่วยแก้ปัญหาที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบDSS ทำงานได้ดีขึ้น
             ระบบDSS มีส่วนจัดการองค์ความรู้เป็นองค์ประกอบด้วยจะเรียกว่า
-         ระบบสนับสนุนการตัดสินใจชาญฉลาด
-         ระบบสนับสนุนการตัดสินใจและผู้เชี่ยวชาญอิงฐานความรู้
-         ระบบสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ
-         ระบบแอ็คทีฟDSS
-         ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอิงฐานความรู้
ประเภทของระบบDSS เป็น 2 ประเภท คือ
1.ระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้รูปแบบเป็นหลัก ( Model driven DSS)  เป็นระบบที่ใช้การจำลองสถานการณ์ และรูปแบบวิเคราะห์ต่างๆ
2.ระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้ข้อมูลเป็นหลัก    ( Data driven DSS)     เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากแหล่งต่างๆเพื่อนำมาวิเคราะห์

   ลักษณะและความสามารถของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ

1.สนับสนุนการตัดสินใจทั้งในสถานการณ์แบบกึ่งโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง
2.สนับสนุนการทำงานของผู้บริหารหลายระดับ
3.สนับสนุนการตัดสินใจแบบเฉพาะบุคคลและแบบกลุ่มได้เนื่องจากปัญหามีความแตกต่างกัน
4.สนับสนุนการตัดสินปัญหาที่เกี่ยวพันซึ่งกัน หรือปัญหาแบบต่อเนื่อง
5. สนับสนุนทุกขั้นตอนของกระบวนการตัดสินใจ
6.สนับสนุนการตัดสินใจหลากหลายรูปแบบ
7.สามารถปรับข้อมูลเพื่อจัดการกับเงือนไขต่างๆที่เปลี่ยนแปลงได้
8.สามารถใช้งานได้ง่าย โดยระบบDSS จะเชื่อมต่อระบบภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ มีภาพประกอบ
9.เพิ่มประสิทธิผลในการตัดสินใจ มีความถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว
10.ผู้ทำการตัดสินใจสามารถควบคุมทุกขั้นตอนในการตัดสินใจแก้ปัญหา
11.ผู้ใช้สามารถปรับปรุงระบบDSSขนาดเล็กได้ด้วยตนเอง
12.มีการใช้แบบจำลองเพื่อช่วยในการวิเคราะห์สถานการณ์ตัดสินใจ
13.สามารถเข้าถึงข้อมูลจากหลายแหล่งได้

       ความแตกต่างระหว่างระบบDSS และระบบสารสนเทศอื่น
ระบบDSS เป็นระบบที่จัดทำให้ฝ่ายบริหาร  ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิเคราะห์ขององค์การ เพื่ออำนวยความสะดวกในการหาข้อมูลทั้งเกี่ยวข้องกับปัญหาแบบกึ่งโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้าง สำหรับระบบTPSมีการจัดข้อมูลสำหรับงานประจำวัน มีกฏเกณฑ์การทำงานที่ชัดเจน สำหรับระบบMIS จะให้สารสนเทศเพื่อการควบคุม ตรวจสอบการปฏิบัติงาน สรุปผลการดำเนินงาน

       ระบบสนับสนุนการตัดสินใจส่วนบุคคล
เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของแต่ละบุคคลซึ่งผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆได้ด้วยตนเอง

       ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่ม(Group Decision Support System; GDSS)
เป็นระบบแบบโต้ตอบที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจร่วมกันของกลุ่มบุคคล ระบบนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีด้านการสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์
ส่วนประกอบของGDSS มีส่วนประกอบที่สำคัญ ดังนี้
1. อุปกรณ์    สิ่งอำนวยความสะดวกในการประชุม เช่น โต๊ะ เครื่องเสียง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
2.ชุดคำสั่ง    แบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์  เครื่องมือระดมความคิดทางอิเล็กทรอนิกส์  เครื่องมือช่วยกำหนดนโยบาย
3.ฐานแบบจำลองของระบบ   ประกอบด้วยแบบจำลองเช่นเดียวกับ ระบบDSS ส่วนบุคคล
4.บุคลากร   สมาชิกในกลุ่ม และผู้สนับสนุนด้านต่างๆ

       ประโยชน์ของGDSS ช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นกลุ่ม ดังนี้
1.เตรียมความพร้อมในการประชุม
2.อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารระหว่างสมาชิกกลุ่ม
3.ส่งเสริมและสร้างบรรยากาศในการร่วมมือกันระหว่างสมาชิก
4.จัดเตรียมข้อมูลสารสนเทศให้เหมาะสม
5.จัดลำดับความสำคัญของปัญหา
6.อำนวยความสะดวกในการจัดเอกสารประกอบการประชุม

แบบทดสอบบที่ 6

https://forms.gle/JTtjYb9Lf62y9Tk96

คำถามท้ายบทที่ 6


1. ทำไมแนวโน้มของระบบสารสนเทศ จึงมีการนำไปสนับสนุนงานธุรกิจหลายด้าน
ตอบ เพื่อแก้ปัญหาและสร้างโอกาสในธุรกิจและผู้ใช้ต้องมีความเข้าใจพื้นฐานระบบสารสนเทศ สามารถสนองความต้องการการใช้งานด้านธุรกิจได้

2. ทำไมระบบการตลาดปัจจุบัน จึงเปลี่ยนมาเป็นการใช้งานบนอินเทอร์เน็ต จงอธิบาย
ตอบ การตลาดทำหน้าที่สำคัญในการจัดการธุรกิจการค้า องค์ธุรกิจจะต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานด้านการตลาดที่สำคัญในอันที่จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

3. จงยกตัวอย่างของบริษัทที่นำระบบสารสนเทศเข้าไปช่วยทางธุรกิจ
ตอบ บริษัท Gulf States Paper Corporation

4. ระบบการขายในสำนักงานอัตโนมัติ มีผลกระทบต่อพนักงานขาย พนักงานฝ่ายบริหารการตลาด และฝ่ายจัดทำเรื่องการแข่งขันอย่างไร
ตอบ การเพิ่มจำนวนขึ้นของคอมพิวเตอร์และเครือข่ายทำให้เกิดปัจจัยพื้นฐานสำหรับแรงขับเคลื่อนการขายอัตโนมัติ ในหลายๆบริษัท ใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เว็บบราวเซอร์และซอฟแวร์ด้านการจัดการติดต่อการขายเป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมต่อกับเว็บไซท์การตลาดบนอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์ทราเน็ตและอินทราเน็ตของบริษัท

5. ระบบอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต สามารถนำมาช่วยในการทำงานร่วมกันในกระบวนการผลิตได้อย่างไรตอบ กระบวนการผลิตเหมือนกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานวิศวกรรมและการออกแบบ การควบคุมการผลิต ตารางการผลิต และการบริหารด้านการจัดหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความร่วมมือ การเพิ่มในเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ตและเครือข่ายอื่นๆเพื่อเชื่อโยงกับสถานีงาน

6. ระบบอินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ต ช่วยสนับสนุนด้านการการจัดการเรื่องทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างไร ยกตัวอย่างมาอย่างละ 3 ตัวอย่าง
ตอบ - อินเทอร์เน็ต เช่น ระบบออนไลน์ของ HRM ได้เกี่ยวข้องกับการจัดหาลูกจ้างผ่านเว็บไซท์ของแผนกจัดหาลูกจ้างของบริษัท ใช้บริการและฐานข้อมูลของบริษัทจัดหางานบนเว็บ การประกาศผ่านกลุ่มข่าวบนอินเทอร์เน็ตและสื่อสารกับผู้สมัครงานผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ - อินทราเน็ต เช่น การให้บริการตัวเองของลูกจ้างจะช่วยให้พนักงานได้เห็นรายงานด้านผลประโยชน์และค่าใช้จ่าย ข้อมูลด้านการจ้างงานและเงินเดือน สามารถเข้าถึงและปรับปรุงสารสนเทศส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน

7. เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบัญชี และการเงินอย่างไร อธิบาย
ตอบ ระบบคอมพิวเตอร์ด้านการบัญชีจะทำการบันทึกและรายงานการไหลเวียนของเงินทุนภายในองค์กรในเรื่องที่สำคัญในอดีตและผลิตรายการด้านการเงิน ส่วนระบบสารสนเทศด้านการเงิน สนับสนุนผู้จัดการฝ่ายการเงินในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเงินของบริษัท เป็นต้น

8. ถ้านักศึกษาเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้ประกอบการทางธุรกิจเอง นักศึกษาคิดที่จะนำเอาระบบสาระสนเทศมาใช้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงให้เหตุผล
ตอบ ใช้ เพราะระบบสารสนเทศสามารถที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราไปอย่างได้ง่ายขึ้น สะดวกในการบริหารงานมากขึ้น ยิ่งในเรื่องของระบบสารสนเทศด้านบัญชีที่ช่วยในเรื่องของระบบบัญชีออนไลน์ที่ช่วยในเรื่องของกระบวนการสั่งซื้อ การควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นต้น

คำถามกรณีศึกษาบทที่6

1. ระบบการมองเห็นด้วยเครื่องจักร สามารถช่วยให้เกิดผลกำไรสูงขึ้น และปรับปรุงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร
ตอบ ในโรงเลื่อยแถบตอนใต้ระบบการมองเห็นด้วยเครื่องเลเซอร์ (Laser Vision Systems)จะวัดขนาดของไม้ซุงและคำนวณการเลื่อยไม้ซุงนั้นให้ได้ผลกำไรคุ้มค่าที่สุดภายใต้สภาพตลาดปัจจุบัน
เพื่อให้ได้มาตรฐานเครื่องเลเซอร์ที่โรงงานผลิตรถยนต์ Mercedes-Benz .oU.S.ได้กำหนดการวัดขนาดไว้หลายประการเพื่อใช้กับตัวถังรถยนต์ที่ผลิตขึ้นใหม่
เครื่องส่องขยายกำลังสูง ใช้ตรวจสอบสิ่งที่มีขนาดเล็กเกินกว่าที่มนุษย์จะเห็นได้ อย่างเช่น การตรวจหาสิ่งปนเปื้อนที่มีขนาดเล็กจิ๋วในโรงงานผลิตอุปกรณ์กึ่งตัวนำ ( Semiconductor)

2. ประโยชน์ทางธุรกิจที่ Gulf States Paper ได้รับจาก ระบบการมองเห็นด้วยเครื่องจักรคืออะไร
ตอบ เทคโนโลยีซึ่งเชื่อมต่อดวงตาที่ไม่เคยกระพริบนี้เข้ากับคอมพิวเตอร์ที่จะแปลงภาพสิ่งที่เห็น ซึ่งไม่เพียงแต่จะคอยบังคับหุ่นยนต์ที่ประกอบประตูรถยนต์เข้ากับตัวถังรถยนต์เท่านั้น

3. ระบบสารสนเทศชนิดอื่นๆที่จำเป็นในการสนับสนุนการทำงานของระบบการมองเห็นด้วยเครื่องจักรที่ใช้ใน Gulf States Paper คืออะไร เช่น คุณคิดว่าข้อมูลเกี่ยวกับราคาในตลาดไม้แผ่นถูกนำมาป้อนให้แก่ระบบนี้ได้อย่างไร
ตอบ ระบบมองภาพจะคำนวณขนาดของแผ่นไม้ที่จะให้ผลกำไรสูงสุดโดยมีการสูญเสียไม้แต่ละท่อนให้น้อยที่สุดบนจอวิดีโอ จะเห็นแผนภาพขนาดของแผ่นไม้ที่คอมพิวเตอร์จะตัดไม้นั้น

4. คุณคิดว่าทำไมการสั่งซื้อหนังสือผ่านระบบออนไลน์ ถึงจะดีกว่าการสั่งซื้อหนังสือผ่านระบบไปรษณีย์ สำหรับ Book -Of -The-Month Club
ตอบ การสั่งซื้อของลูกค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากพวกเขามีทางเลือกมากกว่าแคตาล็อกที่จะส่งให้ลูกค้า 17 ครั้งต่อปี โดยจะมีรายชื่อหนังสือใหม่ 30 ชื่อเรื่องและลดราคาหนังสือเดิม 200 ชื่อเรื่องต่อครั้ง ลูกค้าสามารถเลือกหนังสือได้มากกว่า 3,200 รายการ ซึ่งให้รายละเอียดเป็นพิเศษในเรื่องของเนื้อหา ประวัติของผู้เขียน คำวิจารณ์ของบรรณาธิการ และอื่นๆ

5. คุณเห็นด้วยกับนักการตลาดออนไลน์ไหมว่า ชื่อตราผลิตภัณฑ์อย่าง Book-Of-The-Month Club สามารถมีความได้เปรียบในการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์บนเว็บ ทำไมจึงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ตอบ  เห็นด้วย เพราะ ระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้ชื่อสียงของร้านมีความทันสมัยมากขึ้น เปนผลตอบแทนที่ดีแบบไม่ได้ตั้งใจ

6. มีขั้นตอนอื่นๆ อีกไหมที่ Book-Of-The-Month Club ควรใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจบนเว็บ
ตอบ  1.  การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์
          2.  การรวบรวมข้อมูล
          3.  การจัดการฐานข้อมูล
          4.  การวิเคราะห์ข้อมูล
          5.  การนำไปปฏิบัติและตอบสนองลูกค้า
          6.  การวะเคราะห์การตอบกลับของลูกค้า

บทที่ 6 ระบบสารสนเทศสำหรับการปฎิบัติงานทางธุรกิจ

         สรุปเนื้อหา
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ระบบสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติงานทางธุรกิจ
ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ (Information System in Business)
               มีหลายทางที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับงานที่ต้องกระทำในธุรกิจ เพื่อแก้ปัญหาและสร้างโอกาสในธุรกิจ และในฐานะที่เป็นผู้ใช้คุณต้องมีความเข้าใจพื้นฐานระบบสารสนเทศ สามารถสนองความต้องการการใช้งานด้านธุรกิจได้ ดังนั้นในบทนี้ เราจะศึกษาในเรื่องระบบสารสนเทศทางธุรกิจที่ส่งเสริมความต้องการใช้งานในด้านบัญชี การเงิน การตลาด การจัดการด้านปฏิบัติการ และการจัดการด้านทรัพยากรมนุษย์

ระบบสารสนเทศแบบหลายหน้าที่ (Cross-functional information System)
                  ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ คุณจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจว่าระบบสารสนเทศมีความสำคัญกับการทำธุรกิจ เช่น การตลาดหรือธุรกิจที่เฉพาะเจาะจง อาทิเช่น ธนาคาร ดังนั้น หากใครบางคนต้องมีตำแหน่งด้านการตลาดในด้านธนาคารควรมีความเข้าใจพื้นฐานเรื่องระบบสารสนเทศที่ใช้ในธนาคาร และจะส่งเสริมงานด้านการตลาดในธนาคารและหน่วยงานอื่น ๆ ได้อย่างไร 

ระบบสารสนเทศทางการตลาด (Marketing information System)
            หน้าที่ทางธุรกิจของการตลาดนั้นเกี่ยวข้องกับการวางแผน การส่งเสริมการขายและการขายสินค้ารวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และตลาดใหม่ ๆ เพื่อให้บริการที่ดีกว่าแก่ลูกค้าที่มีศักยภาพ (ในการซื้อ) ในอนาคต ดังนั้น การตลาดจึงทำหน้าที่สำคัญในการจัดการธุรกิจการค้า องคืกรธุรกิจจะต้องใช้เทคโนโยลีสารสนเทศมากขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานด้านการตลาดที่สำคัญในอันที่จะต้องเผอิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ระบบสารสนเทศด้านการตลาด


การตลาดเชิงโต้ตอบ (Interactive Marketing)
                    ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตได้ส่งผลกระทบสำคัญต่องานด้านการตลาด คำว่า การตลาดเชิงโต้ตอบ เป็นวลีใหม่ที่ใช้อธิบายการตลาดที่อยู่บนพื้นฐานของการใช้อินเทอรืเน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต เพื่อสร้างวิธีให้เกิดการโต้ตอบ 2 ทางระหว่างบริษัทและลูกค้า เป้าหมายเชิงการตลาดเชิงโต้ตอบ คือ การที่ทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์จากการใช้เครือข่ายในการทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจและรักษาลูกค้าเหล่านั้นไว้ อันจะทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจในการสร้างสรรค์ การจัดซื้อ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท

                          à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ เปรียบเทียบการตลาดเชิงโต้ตอบ


แรงขายอัตโนมัติ (Sale Force Automation)
                การเพิ่มจำนวนขึ้นของคอมพิวเตอร์ละเครือข่ายที่ทำให้เกิดปัจจัยพื้นฐานสำหรับแรงขับเคลื่อนการขายอัตโนมัติในหลายๆบริษัท ใช้คอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊ค เว็บบราวเซอร์ และซอฟแวร์ด้านการจัดการติดต่อการขายเป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมต่อกับเว็บไซต์การตลาดบนอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์ทราเน็ตและอินทราเน็ตบริษัท  วิธีนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มผลผลิตของพนักงานขายแต่ละคนเท่านั้น ยังเข้าถึงสารสนเทศการขายที่ได้รับจากภายนอกไปสู่ผู้จัดการด้านการขายที่สำนักงานใหญ่ทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

การจัดการการขายและผลิตภัณฑ์ 
             ผู้จัดการด้านการขายจะต้องีการวาแผน ตรวจตรา และสงเสริมงานด้านการขายของพนักงานขายในหน่วยงานของตน ดังนั้น องค์กรส่วนใหญ่จึงใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำรายงานการวิเคราะห์การขายซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์การขายตามผลิตภัณฑ์ สายการผลิต ลูกค้า ประเภทของลูกค้า พนักงานขาย และเขตการขาย ช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดมองเห็นผลการปฏิบัติงานด้านการขายของผลิตภัณฑ์และพนักงานขาย

การโฆษณาและส่งเสริมการขาย
           ผู้จัดการด้านการตลาดพยายามที่จะขายผลิตภัณฑ์ให้มากที่สุดโดยใช้ค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุดในการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ระบบสารสนเทศด้านการตลาดใช้สารสนเทศด้านการวิจัยการตลาดและแบบจำลงด้านการส่งเสริมการขายเพื่อช่วย 1) เลือกสื่อและวิธีการในการส่งเสริมการขาย 2) จัดสรรแหล่งงบประมาณ  3) ควบคุมและประเมินผลของการโฆษณาและส่งเสริมการขาย

เป้าหมายทางการตลาด
  • ประชาคม บริษัทสามารถจำแนกข้อความโฆษณาบนเว็บ และวิธีการส่งเสริมการขายเพื่อที่จะเข้าถึงคนในกลุ่มที่เฉพาะเจาะจงที่อาจเรียกว่าเป็น กลุ่มของคนที่สนใจของผู้ที่สนใจด้านการกีฬาด้านศิลปะและหัตถกรรมหรือกลุ่มด้านภูมิศาสตร์
  • เนื้อหา การโฆษณาแบบป้ายโฆษณาทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแถบป้ายที่สามารถวางไว้บนหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ได้ นอกเหนือไปจากบนหน้าแรกของบริษัท ข้อความเหล่านี้สามารถดึงดูดผู้ชมที่เ็นกลุ่มเป้าหมาย เช่น โฆษณาของภาพยนตร์บนหน้าเว็บแรกของเครื่องมือสืบค้นบนอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
  • บริบท โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์ มักครอบคลุมผลิตภัณฑ์และการบริการ ดังนั้น โฆษณาจึงมุ่งไปที่กลุ่มคนซึ่งกำลังมองหาสารสนเทศในเรื่องนั้นอยู่แล้ว ( เช่น สารสนเทศการท่องเที่ยว ) ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริบทมีอยู่พอดี ( เช่น บริการรถให้เช่า )
  • ประชากรศาสตร์ / จิตวิทยา การตลาดได้พยายามที่จะมุ่งไปยังประเภทของคนที่เฉพาะเจาะจง เช่น คนที่ยังไม่ได้แต่งงาน คนที่อายุ 30 ปีขึ้นไป คนที่มีรายได้ระดับกลางผู้ชายที่จบการศึกษาระดับประริญญาตรี เป็นต้น
  • พฤติกรรมออนไลน์ การโฆษณาและการส่งเสริมการขายได้พยายามที่จะเจาะสารสนเทศการเข้าใช้เว็บไซท์ของผู้ใช้แต่ละคน กลยุทธ์นี้ขึ้นอยู่กับเว็บคุกกี้ซึ่งเก็บสารสนเทศของผู้เข้าใช้จากการเข้าเยี่ยมชมครั้งก่อน แฟ้มข้อมูลของคุกกี้จะตามรอยพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมออนไลน์บนเ็บไซต์ ดังนั้น ความพยายามทางการตลาด จึงสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องและสามารถพ่งเป้าหมายไปยังการเข้าชมเว็บไซท์ของแต่ละบุคคลได้
การวิจัยทางการตลาดและการคาดการณ์
             ระบบสารสนเทศด้านการวิจัยทางการตลาดทำให้เกิดการตลาดที่ชาญฉลาดช่วยให้ผู้จัดการคาดการณ์ทางการตลาดได้ดีขึ้นและมีกลยุทธ์ที่ดีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบสารสนเทศทางการตลาดช่วยให้นักวิจัยการตลาดรวบรวม วิเคราะห์ และดูแลสารสนเทศจำนวนมหาศาลของการตลาดที่มีการผันแปรอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงสารสนเทศเกี่ยวกับลูกค้า ลูกค้าในอนาคต ผู้บริโภคและผู้แข่งขัน

ระบบสารสนเทศการผลิต
          ระบบสารสนเทศทางการผลิตช่วยสนับสนุนงานในด้านการผลิตและการดำเนินงาน รวมไปถึงงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการวางแผนและการคบวคุมขั้นตอนของการผลิตสินค้าและบริการ ดังนั้นหน้าที่ในการผลิตและการดำเนินงานจึงเกี่ยวข้องกับการจัดการของระบบและกระบวนการผลิต ระบบสารสนเทศใช้เพื่อการจัดการด้านการดำเนินงานและติดต่อการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนหน่วยงาน ซึ่งจะต้องมีการวางแผนและควบคุมสินค้าคงคลัง การจัดซื้อ และการไหลเวียนของสินค้าและบริการ

คอมพิวเตอร์ช่วยผลิตแบบบรูณาการ
             ระบบสารสนเทศด้านการผลิตที่มีความหลากหลาย ได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตแบบบรูณาการเพื่อสนับสนุน

  • ความง่ายในการรื้อปรับระบบทำให้กระบวนการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์และโครงสร้างของโรงงานเป็นพื้นฐานที่สำคัญของระบบอัตโนมัตและบรูณาการให้มีใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • อัตโนมัตทำให้เป็นอัตโนมัติด้วยการสนับสนุนคอมพิวเตอร์ เครื่องจัก และหุ่นยนต์ ช่วยในงานด้านกระบวนการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์และงานด้านธุรกิจ

          à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ คอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิต แบบบูรณาการ


เครือข่ายความร่วมมือในการผลิต
              กระบวนการผลิตเหมือนกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยงานวิศวกรรมและการออกแบบ การควบคุมการผลิต ตารางการผลิต และการบริหารด้านการจัดหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความร่วมมือ การเพิ่มในเรื่องการใช้อินเตอรืเน็ต อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และเครือข่ายอื่นๆเพื่อเชื่อมโยงกับสถานีงานของวิศวกร และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ กับเพื่อนร่วมงานในสาขาอื่นๆ เครือข่ายความร่วมมือในการผลิตนี้อาจเชื่อมโยงในบริษัท รวมทั้งตัวแทนจากบริษัทผู้จัดหาสินค้าหรือลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งใดก็ตาม

การควบคุมการดำเนินงาน
              การควบคุมการดำเนินงานเป็นการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อควบคุมการทำงานที่ได้เห็นทางกายภาพกระบวนการควบคุมการทำงานในเชิงกายภาพในการกลั่นน้ำมัน การผลิตซีเมนต์ การถลุงเหล็กกล้า การผลิตสารเคมี การผลิตสารอาหารจากโรงงาน การผลิตกระดาษ การผลิตกระแสไฟฟ้าและอื่นๆ ดดยใช้อุปกรณ์ในการตรวจจับเพื่อวัดคุณลักษณะทางกายภาพ เช่น อุณหภูมิ หรือการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน ข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือวัดจากทางกายภาพนี้จะถูกแปลงไปเป็นรูปแบบดิจิตอล ด้วยเครื่องแปลงสัญญาณอนาลอก - ดิจิตอล และถ่ายทอดสัญญาณนี้ไปสู่คอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผล

การควบคุมเครื่องจักรกล
             การควบคุมเครื่องจักรกลเป็นการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรกล ที่รู้จักกันดีในนาม Numerical control โดยแปลงข้อมูลทางเรขาคณิตจาการวาดภาพทางวิศวกรรมและขั้นตอนการทำงานจากการวางแผนทางการดำเนินงานไปสู่รหัสตัวเลขของชุดคำสั่งซึ่งควบคุมการทำงานของเครื่องจักรนี้ อาจรวมไปถึงการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ เพื่อวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงที่เรียกว่า การควบคุมตรรกะคำสั่งในการทำงานช่วยวิศวกรปรับระดับการทำงานอย่างละเอียดของเครื่องมือเครื่องจักรกล

ระบบบัญชีออนไลน์
          1.กระบวนการสั่งซื้อ กระบวนการสั่งซื้อหรือกระบวนกรซื้อขาย เป็นระบบกาะบวนการทางรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ซึ่งการได้รับและการดำเนินการสั่งซื้อที่ได้รับจากลูกค้า เพื่อสร้างข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์การขายและการควบคุมสินค้าคงคลังในหลายๆหน่วบงานมีการติดตามสถานภาพของการสั่งซื้อของลูกค้าจนกระทั่งสินค้าได้รับการจัดส่ง ระบบประมวลผลด้านการขายด้วยคอมพิวเตอร์ที่ช่วยบันทึกและตรวจสอบลูกค้า หรือการสั่งซื้อ รวมทั้งรายการเปลี่ยนแปลงด้านการขายให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ถุกต้องและมีประสิทธิภาพ
            2.การควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบควบคุมสินค้าคงคลังสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้า เมื่อข้อมูลการสั่งซื้อของลูกค้าที่ได้รับจากระบบประมวลผล จะบันทึกการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสินค้าและเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการจัดส่ง ระบบอาจจะมีการเตือนถึงสินค้าที่ควรจะมีการสั่งซื้อเพิ่มและรายงานสถานภาพของสินค้าคงคลัง อันช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและช่วยให้บริการมีประสิทธิภาพสูง
            3.บัญชีลูกหนี้หรือรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ ระบบรายได้ที่คาดว่าจะได้รับเป็นการเก็บรายการยอดขายสินค้าด้วยข้อมูลที่สร้างจากรายการสั่งซื้อและการจ่ายเงินของลูกค้า อีกทั้งยังจัดทำใบเสนอราคาให้ลูกค้า รายการสินค้ารายเดือน รายงานการจัดการด้านเครดิต จัดทำรายงานให้ผู้จัดการเพื่อช่วยในการควบคุมยอดเครดิตที่เพิ่มขึ้นและตามเก็บหนี้ เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้มากที่สุดและการให้เกิดหนี้เสียน้อยที่สุด
              4.บัญชีเจ้าหนี้หรือยอดรายจ่ายที่ต้องชำระ ระบบรายจ่ายที่ต้องชำระเพื่อติดตามข้อมูลการจัดซื้อและการจ่ายเงินให้บริษัทผู้จัดหาสินค้า การเตรียมเช็คสำหรับการจ่ายและจัดทำรายงานการบริหารเงินสด ช่วยให้เกิดเครดิตที่ดีและเกิดความปลอดภัยในการลดราคาสำหรับการจ่ายเงินสด รวมทั้งการจัดการสารสนเทศที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์สำหรับการจ่ายเงิน ค่าใช้จ่าย การจัดซื้อ และบัญชีค่าใช้จ่ายของพนักงานและความต้องการเงินสด
               5.การจ่ายเงินเดือน ระบบเงินเดือนได้รับข้มูลจากบัตรเวลาทำงานพนักงาน และระบบอื่นๆและระบบจะจัดทำรายการจ่ายเงินด้วยเช็ค หรือเอกสารอื่นๆ เช่น รายรับ รายงานการจ่ายเงินเดือน และรายงานการวิเคราะห์แรงงาน รายงานสำหรับการบริหารและหน่วยงานรัฐบาล ช่วยให้ธุรกิจสามารถจ่ายเงินได้ทันเวลาและถูกต้อง ระบบนี้ยังช่วยให้การจัดการด้านรายงานการผลิตและการวิเคราะห์ค่าแรงของลุกจ้าง
                  6.บัญชีแยกประเภททั่วไป บัยชีแยกประเภททั่วไปได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ รายจ่ายที่ต้องชำระเงินเดือนและระบบสารสนเทสด้านบัญชี ในรอบบัญชีพวกเขาต้องทำการปิดบัญชีและจัดทำยอดบัญชีรับ - จ่าย รายได้และจัดทำงบดุลขององค์กร ช่วยให้ธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จในภารกิจเรื่องบัญชีที่ถูกต้องและทันต่อเวลา วึ่งดีกว่าการใช้วิธีการทำด้วยมือแบบเดิม

  • กระบวนการสั่งซื้อ ได้รับและประมวลผลการสั่งซื้อของลูกค้า และสร้างข้อมูลสำหรับระบบควบคุมสินค้าคงคลังและรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ
  • การควบคุมสินค้าคงคลัง ประมวลผลข้อมูลที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสอนค้าในคลังและจัดให้มีสารสนเทศเพื่อการขนส่งและจัดซื้อใหม่
  • บัญชีลูกหนี้ บันทึกจำนวนลูกค้าที่ลูกค้าซื้อและจัดทำใบเสนอราคาให้ลูกค้า ทำรายการลูกค้าออกมาเป็นรายเดือน และตรวจสอบเครดิต
  • บัญชีเจ้าหนี้ บันทึกแบบฟอร์มการสั่งซื้อ จำนวนที่ซื้อ และการจ่ายเงินให้กับบริษัทผู้จัดหาสินค้า และจัดทำรายงานการจัดการเงินสด
  • การจ่ายเงินเดือน บันทึกเงินเดือนและค่าตอบแทนของค่าตอบแทนของพนักงาน และจัดทำการจ่ายเงินเป็นเช็ค และเอกสารเรื่องเงินเดือนและรายงานอื่นๆ
  • บัญชีแยกประเภททั่วไป ทำข้อมูลให้มีประสิทธิภาพจากระบบบัญชีอื่นๆ และผลิตรายการทางการเงินอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งรายการทางธุรกิจ
ที่มา: ทาริกา รัตนโสภา.(2553).ระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนทางการบริหาร.สุรินทร์:มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์